![]() |
|
Spaces home ~K@eWza~(^.^)//PhotosProfileFriends | ![]() |
|
|
5/21/2008 ทางเลือก!!?คนเรามักกลัวการเปลี่ยนแปลง
ถ้าเรายืนอยู่บนทางแยก..... จุดมุ่งหมายปลายทาง...... สภาพแวดล้อมของทางเดิน...... .....หรือระยะทาง
ิิบางทางแยก อาจมุ่งสู่จุดหมายเดียวกันได้
บางคนอาจเลือกทางที่สั้นที่สุด...เพื่อให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด
อาจจะลำบากบ้าง....ทางเดินอาจไม่สวยงามนัก...แต่เพราะมุ่งมั่นกับจุดหมาย บางคนอาจไม่สนใจกับระยะทาง ค่อยๆเดินไปตามทาง
ขอให้มีความสุขกับทางที่เลือก.... 5/5/2008 บราวนี่ & ขนมจีบกุ้ง...อร่อยที่ซู๊ดดดดแต่น..แตน....แต๊นนนน... หลังจากสเปชร้างไปนาน กลับมาอีกครั้งกะของกิน อยู่บ้านว่างๆ โดนแม่ลากให้ทำนู่น..ทำนี่...ตลอดเวลา วันนี้เลยเอามาอวดซะหน่อยยย ^-^ น่ากินไหมมมมมม ขอบข้างนอก จะกรอบๆนิดนึง ส่วนข้างในก็นุ่มดี กัดที่นึง...อื็มมมมมมม รู้สึกถึงรสชาติของช๊อกโกแลต เนื่องจากที่บ้านไม่มีเครื่องตีไข่ แต่แม่นอนยันว่า.....ไข่ต้องตีให้ฟู ขนมถึงขึ้นฟูได้ ดังนั้น.... ไข่ 2 ฟอง -> ใช้เวลาตี 30 นาที เมื่อยมือเจรงๆ (รอบหน้าถ้าจะทำอีกต้องซื้อเครื่องตีำไข่ก่อนล่ะ) เสียดายอ่ะ ลืมถ่ายรูปก่อนเข้าเครื่องอบมา >.< ขนมจีบ ซาลาเปาร้อนๆไหมค่ะ ^-^ อันนี้ ขนมจีบกุ้ง ผสมหมูสับเล็กน้อย แกะกุ้งเปนครึึ่งโล สับอีก เหนื่อยเรยยย - -" แอบกระซิบบอก....อันนี้ซูมใกล้ๆ เลยไม่เห็นว่า ขนมจีบ...มันจีบไม่ค่อยสวยเร๊ยยย แหะๆ เอาเปนว่า กินได้ก็ดีแว้ววว ทำตามสูตรในหนังสือเป๊ะ ถ้าไม่อร่อย โทดหนังสือ 5555+ เอาล่ะ ไปนึ่งกันๆๆ หลังนั่งมองมันในเตานึ่ง 10 นาที ออกมาแล้วววว...........เยเย้ ลองชิมทันที.....อร่อยดีอ่ะๆๆ เสียดายไปนิสสส ไส้ไม่ค่อยดึ๊งๆ ไม่รู้ทำไม? หอมมั่กๆ ไว้ไปบ้านใคร ไปลองทำกินกันเล่นได้นะ ^-^ หยุดสองวัน ทำไปสองอย่าง เวลาหมดไปอย่างรวดเร็วววว ว่าแล้วก็เหนื่อยยยย ไปดีก่า ดูรูปกันให้อร่อยนะจ๊ะ อิอิ 2/21/2008 การ์ตูนตัวแรก.....เกิดแว้วววววชอบวาดอ่ะนะ.....ขีดๆเขียนๆไปเรื่อยเปื่อย นั่งว่าง...มีอารมณ์...ก็วาด เห็นรูปสวยๆ...บางทีก็นึกอยากวาด....ก็วาดตาม แต่ทุกรูปที่ออกมา...จะอยู่บนกระดาษทั้งหมด เคยคิดอยากจะวาดในคอมบ้าง.... แต่ความขี้เกียจ...มีมากก่า 555+ วันนี้ สำเร็จแล้ววว มาดูกันดีก่า ขั้นตอนการวาดๆๆ เริ่มแรก....ด้วยการออกแบบบนกระดาษก่อน จากนั้นก็เอาลงคอม จิงๆแล้ว สแกนคงจะดีก่า แต่....ที่บ้านไม่มีอ่ะนะ เลยใช้มือถือให้เปนประโยชน์ อิอิ ![]() ร่างแบบคร่าวๆ ขั้นตอนนี้ปวดหัวมาก ไม่มี Tablet อ่ะ ใช้เม้าท์ อยากจะบ้าตาย ฮือออ ![]() จากนั้น ลงสีพื้นที่ต้องการ ก็เลือกโทนสี ที่อยากได้คร่าวๆไว้อ่ะนะ ![]() ลงแสงเงา อันนี้ ต้องมีทั้งเงาสว่าง และเงามืดนะ มือใหม่...... แหะๆ ![]() ใส่พื้นหลัง เสดแว้ววว ![]() 2/4/2008 เปิ่น....เนื่องด้วยในตัวเรา มีความซุ่มซ่ามอยู่มหาศาล...... วันๆ ก็เลยทำอะไร "เปิ่นๆ" ออกไปมากมาย ทั้งหลงทาง....มั่ว.....เอ๋อ..... ..........จนตัวเอง ชินซะล่ะ แต่....เรื่องวันนี้ ถึงจะชินกับตัวเองยังไง ก็ยังอดเขิลลล ไม่ได้อยู่ดี เรื่องมันเกิดขึ้น..ในตอนเที่ยงของวันนี้ หลังจากเดินไปถึงแคนทีนใหม่.......สายตามองไปรอบๆ พลางคิดในใจว่า เฮ้ออ....คนเยอะจริงๆ ขาก็พาตัวเองก้าวเดินผ่านร้านที่คิดว่า จำนวนคนหนาแน่นเกินกว่าจะมีความอดทนรอ มือนึง เกี่ยวแขนเพื่อนคนนึงที่เดินมาด้วยกัน อีกมือ ก็แกว่งหูหิ้วกระเป๋าใส่มือถือสีชมพูไปมา จนกระทั่งไปหยุดที่ร้านประจำ... "Kitchen 2" มองเห็นแถวยาวออกมาจากตัวร้าน....... ไม่ๆ ไม่ใช่แถวซื้ออาหาร แต่เป็นแถวจ่ายเงินต่างหาก แต่ด้วยความเคยชิน บวกกับรสชาติอาหารที่ค่อนข้างถูกปาก เลยมองข้ามจำนวนคนที่ต่อแถวอยู่ได้ อีกอย่าง มันก็ไม่ใช่แถวซื้ออาหาร คงไม่นานหรอกมั้ง คิดพลางเดินเข้าไปมองดูอาหารที่วางเรียงราย ทั้งที่สำเร็จรูปใส่จาน พร้อมให้หยิบไปได้ทันที และทั้งที่ต้องเลือกตักเอา อืมมม กินไรดีน้าาาา ในตอนที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น เพื่อนที่เดินมาด้วยกัน ก็แยกไปซื้อกับข้าวราด อีกฝั่งนึงของร้านเดียวกัน ตอนนี้ เลยยืนอยู่คนเดียว แถวที่ต่อก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ในแถวด้านหน้า มีพี่ที่แผนกคนนึง และพี่อีกคนที่ไม่รู้จักต่ออยู่ แล้วก็ถึงตาพี่ที่แผนก "ข้าวผัดกระเพรา ใส่ไข่ดาวคับ" อืมม น่ากินดีแฮะ เอามั่งดีกว่า แต่ในตอนนั้น ไข่ดาว เหลือเพียงสองฟองเท่านั้น......... พอพี่เอาไปฟองนึง.....จึงเหลือเพียงฟองเดียว พร้อมๆกับในใจภาวนาว่า....ขอให้คนข้างหน้าอย่าเอาเลยย เสียง "ข้าวกระเพรา ใส่ไข่ดาวด้วย" ก็ดังขึ้นพร้ิอมๆกัน อดแล้วสิเรา T^T แต่ก็ยังอดไม่ได้ ถามออกไปว่า "ไข่ดาว หมดรึยังค่ะ" แล้วคำตอบที่ได้กลับมาก็ทำเอายิ้มแป้น "งั้น...ขอข้าวกระเพรา ใส่ไข่ดาวค่ะ" มือเอื้อมไปรับจานข้าวที่มีข้าวผัดกระเพราพร้อมไข่ดาวแปะบนข้าว จากนั้น...ก็เดินไปต่อแถวจ่ายเงิน.....ในใจก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แถวที่ต่อ...ใกล้เข้ามา.... ใกล้เข้ามา.......... ใกล้เข้ามา..... .... อ่าว ยังไม่ได้หยิบเงินเรยเรา ใจคิดพลาง มือก็หยิบกระเป๋ามือถือสีชมพูที่ห้อยอยู่ที่ข้อมือ เพราะใส่เงินไว้ในนั้น ทันใดนั้นเอง..... เฟี๊ยววววววววว......... เฮ้ยยย!!! แปะ !!! !! ! เสียงแรก....เสียงไข่ดาว เอียงหล่นจากจาน ด้วยความที่มัวสนใจแต่กระเป๋า ทำให้มือที่ห้อยกระเป๋าอยู่นั้น เอียงง....โดยไม่รู้ตัว เสียงที่สอง.....ด้วยปฏิกริยาตอบโต้ตามธรรมชาติ พยายามเอาอีกมือที่ว่าง ไปรับไข่ดาวที่กำลังตก แต่...ด้วยความที่ไข่ดาวลื่นไปด้วยน้ำมัน แถมไข่แดงยังไม่สุกดีนัก ทำให้......ไข่ดาวฟองนั้น หลุดจากมือและแตก...ไปอย่างน่าเสียดาย แต่....เีสียง "เฮ้ย!!" นั่น ไม่ใช่ของเราหรอก แต่เป็นของคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วเห็นเหตุการณ์...ต่างหาก เสียงที่สาม..........ไข่ดาวที่แตก.......ร่วงลงพื้น....เรียบร้อยแล้ว....... T^T ในใจตอนนั้น Blank ไปหมด ทำไงดีฟ่ะ เขินก็เขิน....อายก็อาย...ที่สำคัญ งงคับ เกิดไรขึ้นเนี่ย ที่คิดทั้งหมดนั้น ใช้เวลาเพียงชั่ววินาที มือก็รีบก้มไปหยิบ ไข่ดาวเจ้ากรรมฟองนั้นขึ้นจากพื้น พอเงยหน้าขึ้นมา กำลังจะหาที่ทิ้ง ก็เจอเพื่อนที่แยกไปซื้อข้าว "เราทำไข่ตก!!" เพราะเห็นหน้างงๆ ของเพื่อนที่เห็นเราถือไข่ดาวไว้ในมือ ก็เลยบอกไปทันที โดยไม่ต้องถาม เรื่องหลังจากนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก ก็แค่เอาไข่ดาวไปทิ้งในถังขยะ ล้างมือ... เดินกลับมา ยื่นจานข้าว ขอไข่ดาวใหม่อีกรอบ เข้าแถวจ่ายเงิน โดยระวังจานข้าวอย่างดีที่สุด คนขายใจดี ไม่คิดค่าไข่ดาวฟองแรกที่เราทำแตก "ไม่เป็นไร คิดแค่นี้พอค่ะ" ขอบคุณจริงๆ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีคนรู้จักเห็น แต่....คนที่ไม่รู้จักเห็น ตรึม!!!! จะเป็นยังไงนะ................. ถ้า............ไม่เดินมาซื้อร้านนี้ ถ้า........เลือกข้าวกระเพราเฉยๆ ไม่ใส่ไข่ดาว ถ้า.........เห็นไข่ดาวหมด แล้วไม่ถาม ถ้า.........เราไม่ซุ่มซ่ามแบบนี้ T^T โถ่....ไข่ดาวเจ้ากรรม 1/14/2008 นอนแบบไหน....ถึงดีที่สุดเข้าไปอ่านในเวปเด็กดีมา..... ปกติจะอ่านแต่นิยาย 555+ แต่วันนี้.....บังเอิญมอง "ผ่านๆ" สะดุดกะหัวข้อนึง "เคล็ดลับดีๆ ในการนอน" เอามาแบ่งปันเพื่อนๆกันนะ.....^-^ ปล่อยวางก่อนนอน ปกติก่อนนอนคุณทำอะไรบ้าง..... ห้ามบอกเชียวว่า … คิดโน่นคิดนี่ เพราะไม่ใช่ชั่วโมงทำงานที่จะต้องคอยให้ความคิด นี่เป็นเวลาพักผ่อนของคุณนะ หากจะคิดก็คิดแค่วันนี้ทำอะไรมาบ้าง พรุ่งนี้จะทำอะไร อย่าทำให้ตัวเองยุ่งยากใจก่อนนอน เพราะมันเป็นเครื่องบั่นทอนความสุขและชีวิตประการหนึ่ง จะให้ดีควรนั่งสมาธิสัก 20 นาที แล้วแผ่เมตตาใจจะยิ่งสงบ พร้อมต่อการพักผ่อนอย่างยิ่ง (นั่งสมาธิ 20 นาทีบนที่นอน....จะทำให้นั่งหลับแทนนอนหลับไหมนี่ แหะๆ) อย่าบังคับตัวเอง อย่าไปกะเกณฑ์ตัวเองเลยว่าจะต้องนอนให้ครบกี่ชั่วโมง....เพราะร่างกายมีกลไกการตื่นตามธรรมชาติ เพียงกำหนดรู้เท่านั้น.......ว่าต้องตื่นกี่โมงเป็นชีวิตประจำวัน บางคนต้องคอยนั่งนับว่าจะครบ 8 ชั่วโมงไหม ได้สัก 6 ชั่วโมงไหม แม้จะมีค่าเฉลี่ยว่าคนเราควรนอนแค่ไหนจึงจะเต็มอิ่ม แต่เอาเข้าจริง หากจะเอาตัวเลขก็นอนให้ได้สัก 5-6 ชั่วโมงก็แล้วกัน แต่ทั้งหมดต้องทำให้เป็นปกติ...........ไม่ใช่บังคับตัวเอง (ไม่เคยบังคับอ่ะ....มีแต่ไม่อยากตื่น แง่วๆๆ) สะอาดพอจะนอนหรือยัง มนุษย์งานทั้งหลาย แม้ภาระกิจจะรัดตัว (จนกิ่ว) มาตลอดทั้งวันเหน็ดเหนื่อยปางตาย ก็ต้องไม่ลืมชำระล้างตัวเองให้สะอาดก่อนนอน นอกจากจะกำจัดคราบเหงื่อไคล ไขมัน และฝุ่นที่เคลือบผิวออกไปแล้ว บรรดาจุลินทรีย์เพื่อนรัก ที่รายล้อมรอบตัวก็จะลดจำนวนลง....โอกาสเป็นโรคผิวหนังยากยิ่ง (งืมมม.....อันนี้ทำได้นะ ^-^) คุณผู้หญิงรักสวยรักงามน่ะดีแน่ แต่ก่อนนอนไม่จำเป็นต้องชโลมมอยส์เจอรไรเจอร์เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก็ได้ .......โดยเฉพาะรอบดวงตา เพราะขณะที่นอน ของเหลวรอบตามีระดับสูงพอที่จะทำให้คุณตาบวมตอนเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเพิ่มให้มันอีก หากตัดใจไม่ได้ ให้ทาเสียก่อนนอน 20 นาทีแล้วซับออก (อืมมม....ไม่ต้องใช้โลชั่นทา....เราก็ทำตาบวมตอนเช้าได้สบาย 555+) ส่วนเด็ก ๆ
ทั้งหลายอย่าลืมแปรงฟันให้สะอาดก่อนนอนนะจ๊ะ เพราะขณะหลับเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้น............ จุลินทรีย์ในปากพร้อมที่จะทำงานโดยการดื่มกินเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน เหงือกและลิ้นอย่างอิ่มเอม ......เช้าตรู่กลิ่นปากอาจโชยจนคนอื่น ๆ ทนไม่ได้ ในระยะยาวเคลือบฟันจะเสีย ผุ และหมดอายุก่อนแก่ อยากอายุยืน แต่ฟันฟางไม่เหลือจะอยู่อย่างมีความสุขได้เรอะ!! สำคัญที่ท่านอน การนอนไม่ใช่สักแต่ว่าข่มตาลงหลับและกุลีกุจอตื่นขึ้นประกอบภารกิจของวันใหม่ เพราะท่าที่นอนก็มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบหายใจ ระบบสูบฉีดโลหิต และระบบประสาทอัตโนมัติอื่น ๆ ของร่างกายไม่ได้หลับไปด้วย ท่านอนที่ดีที่สุดคือ.....นอนหงายเหยียดยาวในชุดที่ไม่ต้องรัดติ้วจนหายใจหายคอไม่ออก หนุนหมอนด้วยความสูงพอดี ให้ลำคอเหยียดตรงหากใช้หมอนข้างเล็กหนุนใต้คอแทนได้.....ยิ่งเป็นการดี เหยียดแขนออกห่างจากตัวเล็กน้อย ปล่อยสบาย ๆ ไม่เกร็งหรือไม่ก็ยกขึ้นไปเหนือศีรษะ งอข้อศอกเล็กน้อย จะช่วยให้การหายใจและการสูบฉีดโลหิตดี กระดูกสันหลังที่เหยียดตรงทำให้ร่างกายแข็ง ท่านอนหงายเต็มตัวทำให้อวัยวะในช่องท้องอยู่สบายในที่ทางของมัน ไม่ต้องเบียดเสียดเยียดยัดหรือกองออกันอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง นอนคว่ำไม่ดีแน่ อย่างแรกคือหายใจไม่สะดวก เป็นเหตุให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยอาจเพลียในตอนตื่น กล้ามเนื้อส่วนท้องกับเชิงกรานก็ถูกบีบ หัวใจถูกกดทับ กระดูกสันหลังแอ่นผิดรูป กล้ามเนื้อคอบิดเกร็ง แถมเพิ่มรอยย่นตามแก้ม คอ และรอบดวงตาอีกด้วย (โอยยย....ข้อเสียล้วนๆ คับพี่น้องง) นอนตะแคง พอใช้ได้โดยเฉพาะสำหรับคนช่างกรนทั้งหลาย ท่านอนตะแคงที่ดีที่สุดควรมีหมอนข้างรองรับขา ด้านบน โดยตะแคงด้านขวาลงกับที่นอน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตได้ง่ายกว่าเอาด้านข้างลงพื้น แต่ท่านี้มีส่วนเพิ่มรอยย่นบนใบหน้า คอ และเอว อาจทำให้หลังโก่งตอนแก่ได้เหมือนกัน ห้ามนอนคลุมโปงเชียวนะ เพราะจะทำให้คุณขาดอากาศหรือไม่ก็ต้องเทียวสูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่พ่นออกมากับลมหายใจกลับเข้าปอดอีกรอบ
หัวใจต้องทำงานหนัก เลือดก็ได้รับออกซิเจนไปแลกเปลี่ยนของเสียไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง ในกรณีที่หวัดเล่นงาน หายใจไม่สะดวก
ให้นอนโดยยกอกและไหล่สูงขึ้นหน่อย ใช้อะไรก็ได้ หนุนหัวเตียงให้ยกสูงขึ้นเพื่อให้ศีรษะตั้งสูงกว่าตัวเวลานอน (เหมือนเตียงปรับได้ในโรงพยาบาลไงล่ะ) ที่นอนหนาและนุ่มนิดหน่อยพอใช้ได้ ไม่ควรนุ่มมาก บางคนว่านอนกับพื้นแข็งอย่างไม้กระดานยิ่งดี เพราะหากนุ่ม หยุ่น ขณะนอนหลังจะงอโค้ง มีผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ เรื่องของการนอนหลับให้สนิทเป็นสิ่งมีค่ายิ่งของชีวิต ไม่ใช่เรื่องยาก หากสร้างอุปนิสัยในการนอนให้ดีพอ แต่บางคนกลับใช้ที่นอนเป็นเตียงสำหรับครุ่นคิดเครียดจนถึงกับต้องพึ่งหมอพึ่งยา ใจคุณเป็นหมอที่ดีที่สุด ก่อนนอนหากรู้จักปล่อยวางและรักตัวเองให้มากขึ้นอีกนิด ก็จะเห็นคุณค่า และไม่รู้ว่าจะสละเวลาเช่นนี้ให้แก่ความเครียดทำไม พยายามนอนให้ตรงเวลาทุกวัน ระบบร่างกายจะได้เคยชิน ถึงเวลาจะเริ่มง่วงและกำหนดให้เราหลับได้โดยปริยาย คนที่หลับยาก กรุณาอย่าใช้เตียงเป็นที่อ่านหนังสือ พร่ำบ่น คร่ำครวญ หรือดูโทรทัศน์เป็นอันขาด เตียงนอนควรใช้เป็นที่นอนอย่างเดียว...... เพราะนักจิตวิทยาเขาศึกษาแล้วว่า หากทำอย่างนี้สิ่งแวดล้อมจะช่วยกำหนดจิตใต้สำนึกของเราให้รับรู้ทันทีที่หลังถึงเตียงหัวถึงหมอน และจะหลับลงได้ราวกับปิดสวิตซ์ ^-^ (จิงๆด้วยย....ถึงหมอนปุ๊ป หลับปั๊บ สบ๊ายยยย) ปล. หวังว่าเพื่อนๆ จะนอนหลับกันสบายน้าาาาาาา 1/5/2008 อารมณ์ศิลปิน...รึป่าวนะ??เคยถามตัวเอง..... ว่าเราเนี่ยเป็นพวกที่เค้าเรียกว่า "อารมณ์ศิลปิน" รึป่าวนะ.... พวกที่...จะทำอะไร...เมื่ออยากทำเท่านั้น โลกส่วนตัวสูง.....คิดอะไรเพ้อฝัน...... และมักจะอารมแปรปรวนง่าย เวลาที่คิดว่าตัวเองคล้ายพวกนี้ที่สุด...ก็ตอนวาดรูปนี่ล่ะ จะวาดได้...ก็ตอนที่อยากวาดเท่านั้น ตั้งแต่สมัยม.ต้น.... เวลาต้องทำการบ้านวิชาศิลปะ (เราวาดเก่งที่สุดในห้องเลยน้าาาา....รึป่าว 555+) ทั้งๆที่ชอบวาด.....แต่ก็จะรอจนมีอารมก่อน แล้วถึงจะยอมวาด บางครั้ง....ได้งานมาปุ๊ป วาดเลยทันที (พร้อมๆกับอารมตื่นเต้น อยากวาดมั่กๆ) บางครั้ง......พรุ่งนี้จะส่ง....คืนนี้ถึงวาด (ก็มันเพิ่งมีอารม >.<) และบางครั้ง....วาดด้วยความจำยอม เพราะจะส่งแล้วถึงวาด ด้วยอารมเซงๆ นั่นล่ะ......งานนั้น จะ"ห่วยที่สุด" ............แล้วก็พาลหงุดหงิดตัวเองอีก เหอๆ ..... ... . อันนี้เป็นสิ่งที่ตัวเองเห็นชัดที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะเวลาวาดรูปนะ เวลาทำอะไรสักอย่าง.... ถ้าเมื่อไรอยากทำล่ะก็.......จะยากแค่ไหน....นานแค่ไหนไม่สน ในเมื่ออยากทำนีนา.....ก็จะทำทัำนที แต่พอเบื่อล่ะก็......จะเลิกทำได้ทันทีเหมือนกัน ทั้งๆที่เสียเวลาทำมาตั้งนาน......และทั้งๆที่ทำไปอีกหน่อยมันก็จะสำเร็จแล้วแท้ๆี ล่าสุด......ก็รถจากัวร์ไง.....(ทำมาเกินครึ่งแล้วนะนั่น) เพราะตัวเองเกิดอารมแบบนี้บ่อยๆ... ก็เลยต้องเตือนตัวเองบ่อยๆเหมือนกัน.....(เวลาที่รู้ตัวนะ) แต่ถ้าเมื่อไรที่เป็นเรื่องงานล่ะก็...... จะไม่ยอมให้อารมแบบนี้้.....มามีอิทธิพลเหนือสมองเด็ดขาด (แล้วก็เลยกลายเปนพวกขี้หงุดหงิด....เวลาต้องฝืนใจทำ) +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ส่วนเรื่องโลกส่วนตัวสูง กะคิดไรเพ้อฝันเนี่ยย ห่ะๆๆๆๆๆ........... โนคอมเม้น....ข้ามไปเลยล่ะกานนนน +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ กะคนใกล้ชิด....ที่เราชอบบ่นด้วย (คงรู้นะ ว่าใครมั่ง แหะๆ) คงจะรู้ว่า อารมเราขึ้นลงยังไงมั่งงง เด๋ว "หงุดหงิด".....เด๋ว"เบื่อ"......แล้วบางครั้งก็ "เหงา" ........เปนประจำ ถ้าช่วงไหนงานยุ่งมาก....ก็จะบ่นว่า.... "อยากพักจัง....ไม่มีเวลาว่างเลย" แต่ถ้าช่วงไหนว่างสักหน่อยแล้วล่ะก็...... "โอยย....ว่างเกินไปแล้ว เบื่อ" ห่ะๆๆๆ.....คนอื่น เป็นกันไหม? บางครั้ง ทั้งๆที่มีอะไรทำมากมาย....ก็ยัง"ฟุ้งซ่าน" ทั้งๆที่ ได้ทำอะไรที่เคยชอบทำ เล่นเกม...นอน....อ่านนิยาย...ดูหนัง....หรือไปเที่ยว ก็ยังคง "เบื่อ" อยู่นั่นล่ะ ไม่ีรุ้ทำไมเหมือนกัน.......... บางครั้ง....ก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร? หรือเราแค่...ต้องการใครสักคน..... ปล. ที่เขียนอยู่ตอนนี้ ก็อยู่ในช่วงอารมเพ้อฝันล่ะ 555+ 1/1/2008 HaPpY nEw yEaR 2008ปีหนูแว้วๆๆ เยเย้เยยย~ ปีนี้ถือว่าครบสองรอบที่เกิดมา.....เฮือก! จา 24 แล้วรึนี่ แก่ง่ะ (>.<) ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ คืนสุดท้ายของปี 2007 นั่ง count down กะเพื่อนๆผ่านทาง Msn พร้อมๆกะดู series เงียบๆ สบายๆดี แต่แอบเหงาเล็กน้อย (ก็ขี้เกียจออกไปไหนเอง จาบ่นไรเนี่ย) เช้าวันแรกของปี 2008 ตื่นเช้ามาด้วยความหนาวเล็กน้อย เย้ๆ... หนาวอีกรอบแว้วว ออกไปวิ่งที่หลังหมู่บ้าน แล้วกลับมาใส่บาตรพระ ขอพรไปซะเยอะเลย แหะๆ ถ้าพระท่านได้ยินคงคิดว่า "โยม...ขอมากขนาดนี้ อาตมาจำไม่หมดนะ" แต่ไงก็....ถือว่าเปนการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีอ่ะนะ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ปีใหม่.....ขอให้มีอะไรดีๆใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ปีใหม่.....ขอให้มีความสุขมากๆ ปีใหม่.....ขอให้มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกนิด ใจเยนขึ้นอีกหน่อย และสุดท้ายย..... ปีใหม่...ขอให้เพื่อนๆที่น่ารักทุกคนมีความสุขมากๆน้าาาา Happy New Year จร้าาาา 11/7/2007 รัก....ให้พอดีรักยังไง....ถึงจะพอดีนะ?? ไม่มากเกินไป.....ไม่น้อยเกินไป ไม่ทำให้คนที่ "ถูกรัก" รู้สึกเบื่อหน่าย แต่ทำให้รู้สึกมีความสุข กับความรักที่เรามอบให้ ความรักมีหลายรูปแบบมากมาย......
ทั้งรักแบบพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง หรือแม้แต่..."คนรัก" เมื่อคนเรามีความรักแล้ว...จะรู้สึกอย่างไรนะ? (นี่เป็นคำถามที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ....ว่าเคยรู้คำตอบของมันจริงๆรึป่าว) .................อยากทำอะไรให้คนที่รัก ............................อยากให้เค้ามีความสุข หรือ.....อยากให้เค้ารับรู้ความในใจของเรา....อยากให้รักตอบ อยากครอบครอง....ไม่อยากให้เค้ายุ่งกับใคร ไม่อยากให้เค้ารักใคร เพราะรักจึงหวง...และห่วง มันเรียกว่า"รัก"ทั้งคู่เลยรึป่าวนะ? ความรักมันจะสวยงาม ขนาดไม่ต้องการอะไรตอบแทนเลยหรอ? จะมีคนทำได้....สักกี่คนกันนะ ถ้าเรารัก"น้อยเกินไป"....หรือ"รักนะ แต่ไม่แสดงออก" ความรัก...จะส่งไปถึงอีกฝ่ายได้ยังไง? ถ้าเรามีสิทธิจะรัก......ก็ขอให้รักอย่างเต็มที่ ให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ความรักที่เรามีให้ อย่าให้มันสายเกินไป.....จนมาเสียใจทีหลัง แต่....ถ้าไม่สามารถแสดงออกถึงความรักที่มีได้........... เพราะเค้ามีเจ้าของแล้ว....หรือเพราะเราเองที่มีคนของเราแล้ว หรือ...เพราะมันเป็นไปไม่ได้... ก็ต้องเลือกเอาระหว่าง "การแอบรัก" ต่อไป หรือ"เลิกรัก" (เส้าทั้งคู่ T^T) แต่ถ้ารัก"มากเกินไป"....จนทำให้คนที่ถูกรักรู้สึกอึดอัด
ความรักแบบนี้.....มันเหนื่อยนะ.....มันเหนื่อยทั้งคู่ ทั้งคนที่รัก...และถูกรัก การรักใครสักคน...ไม่ใช่การคาดหวังให้เค้าเป็นอย่างที่เราต้องการ แต่...เป็นการ"รัก" ในตัวตนที่เค้าเป็น การรักใครสักคน...ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตัวเอง ปรับ...เข้าหากัน... อย่ารอ...หรืออย่าคาดหวังแต่เพียงฝ่ายเดียว ........ไม่มีใครได้ดั่งใจเราทุกอย่าง.... คนที่รักกันมากแค่ไหน...ก็ต้องมีอะไรที่ไม่ลงรอยกันบ้าง ....ขอเพียงเข้าใจกัน.... "แม้เมื่อความรักจืดจาง อย่างน้อยความผูกพันธ์ุ ความเข้าใจกันก็ยังคงอยู่" .........แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม.......
รักในแบบที่ "พอดี" ของแต่ละคน ก็ไม่เท่ากันหรอก แต่ขอให้มองและพยายามเข้าใจกัน....มันก็จะมี "จุดพอดี" ของมันเองละนะ ^_^ ปล. สำหรับคนที่ยังไม่มีความรัก มาแปะมือกัน เย้ๆๆ
10/14/2007 สามเดือน...กับเวลาที่เหลืออยู่"คุณไม่เสียใจบ้างเลยหรอ" "ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่..ก็ไม่ควรพูดคำว่าเสียใจ เสียใจ เป็นคำพูดของคนที่จากไปแล้วเท่านั้น คนเรา.....ไม่ว่าจะไปถึงจุดหมายรึเปล่า ขอเพียงทำความตามความฝันอย่างเต็มที่......ก็ไม่ต้องเสียใจอะไร" "แล้วถ้า....ไม่มีความฝันล่ะ" "งั้นก็..เดินขึ้นไปให้สูงที่สุด......... แล้วมองลงมาข้างล่าง.......มองโลกใบนี้จากข้างบน แล้วเธอจะพบว่า...โลกใบนี้ ไม่เหมือนกับที่เธอคิดเลย ลองมองท้องฟ้าเบื้องบน หรือมองคนที่อยู่ต่ำกว่า ถึงแม้จะไม่มีความฝัน....แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบอยู่ดี" "ความรับผิดชอบ...." "ใช่" "อย่างเช่น.... ยังไม่ได้ล้างจาน สัญญาอะไรกับใครไว้ แล้วยังไม่ได้ทำ หรือยังไม่ได้พูดขอโทษกับใคร ต่างก็เป็นความรับผิดชอบทั้งนั้น" "เธอว่า..ใช่รึเปล่า" +++++++++++++++++++++++++++++++++++++ "ไม่ว่าเรื่องอะไร...ก็มีความหวังทั้งนั้น" "จำไว้ว่า.... ถ้าพระเจ้าปิดทางออกไปทางหนึ่ง พระองค์...จะทรงเปิดทางออกอีกทาง ไว้ให้เธอเสมอ" +++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ไม่รู้จะเรียกว่า ความผิดพลาด หรือความโชคดีกันแน่? เวลาจะดูซีรีีย์เรื่องนึง....จะเลือกเอาหนังที่ไม่เส้า เคล้าน้ำตา จบแบบ..แฮปปี้เอนดิ้ง...แบบไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่พระเอกหรือนางเอกตาย แต่...ทั้งๆที่เลือกแล้ว หนังเื่รื่องนี้...ก็ยังหลุดมาถึงมือเรา
"คนที่กำลังจะตายอย่างผม....มีสิทธิมีความรักได้ด้วยหรอ?" "ความรักของผม...มีระยะเวลาแค่สามเดือน แต่นั้น.....เป็นทั้งหมดในชีวิตของผม" ถ้าเราเหลือเวลาแค่สามเดือนจริงๆ....จะทำอะไรได้มั่งนะ?? จะเสียเวลานั่งเส้ากับความตายไปกี่วัน....ทำใจไม่ได้ไปกี่วัน หรือจะทำตามความฝันของตัวเอง....ที่ถ้าอยู่ในโลกปกติแล้ว..คงไม่ได้ทำ หรือจะอยู่กับคนที่รักที่สุด....ใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า หรือ....จะทำดีกับคนรอบข้างให้มากขึ้น..เพราะจะจากกันแล้ว อย่างงั้นหรือ.......... ถามตัวเอง....ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...ทำดีที่สุดแล้วรึยัง คำตอบที่ได้ก็คือ "ยัง...ยังไม่ได้พยายามอะไรสักเท่าไรเลย" ยังไม่ได้ทำตามความฝันตัวเอง....เพราะยังไม่มีความฝัน...หรืิอยังไม่รู้ ก็ไม่มั่นใจ ยังไม่ได้ทำดี..กับคนสำคัญหลายๆคนในชีวิต....ให้"มาก" เท่าที่ควรทำ ขนาดหน้าที่ของตัวเอง...ก็ยังบ่นแล้วบ่นอีก ถ้าเราเหลือเวลาแค่สามเดือนจริงๆ...เราจะทำอย่างที่ทำอยู่แบบนี้อีกไหมนะ คำตอบที่ได้..ก็แน่นอนอยู่แล้ว "ไม่" แล้วทำไม...ไม่เริ่มอะไรๆ มันซะตั้งแต่วันนี้ ถ้าหากวันนึง..มันสายไปขึ้นมา ..............จะเกิดอะไรขึ้น?? "ต่อเวลาให้ผมอีกสักนิดเถอะ..พระเจ้า อย่าเพิ่งให้ผมจากไปตอนนี้เลย" วันเกิดของตัวเองที่ผ่านมา...อยากขอพรให้ตัวเอง ^-^ .......พระเจ้า...... ขอให้หนูเข้มแข็ง...กับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้ามาในชีวิต ขอให้หนู..เป็นคนที่อ่อนโยนกว่านี้....เข้าใจถึงจิตใจคนอื่นมากกว่านี้ และ.....ขอให้คนที่หนูสามารถมีเวลา..ทำดีกับคนที่หนูรักและสำคัญในชีวิต ปล. ลืมบอกชื่อหนัง เรื่อง Slience ใครอยากดู ยืมได้นะ ^_^ |